Posted 2 days ago
marissamayr:

The great workplace dilemmas of our time…

เมื่อ CEO ของ Yahoo บอก Working from home ส่วน Tumblr บอก Not safe for work 555

marissamayr:

The great workplace dilemmas of our time…

เมื่อ CEO ของ Yahoo บอก Working from home ส่วน Tumblr บอก Not safe for work 555

Posted 1 week ago

facebook home คนใช้เกือบครบล้าน แต่ไม่เติบโต

image

หลังจากที่เฟซบุ๊กได้เปิดตัว facebook home แอพที่ครอบ Android เพื่อให้ใช้งานเฟซบุ๊กได้ง่ายขึ้นไปเมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดเฟซบุ๊กได้ประกาศความสำเร็จว่าในเวลา 1 เดือน มีผู้ใช้ facebook home เกือบครบล้านคนแล้ว! (แต่เกม CandyMeleon ของคนไทย ใช้เวลา 10 วันบน App Store ในการไต่ไปถึงล้านโหลด)

โดยในงาน Home Whiteboard Session ที่จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ Facebook เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา Cory Ondrejka ผู้บริหารของเฟซบุ๊กได้พูดถึงความสำเร็จของ facebook Home ว่านอกจากจะมียอดดาวน์โหลดเกือบ 1 ล้านครั้งแล้ว ผู้ใช้งาน facebook home ใช้ยังเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้น 25% แถมยังมีการเขียนคอมเมนต์และกดไลค์ในโพสต่างๆ เพิ่มขึ้น 25% ด้วย นอกจากนี้ความสามารถในการใช้ facebook messenger ผ่าน Chat Head ก็เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ขึ้นอีก 7% และเพิ่มการส่งข้อความอีก 10%

Read More

Posted 1 week ago

ข้อมูลชี้ MacBook คือโน้ตบุ๊กสำหรับ Windows ที่ดีที่สุด

ที่ผ่านมาเราเคยได้ยินข่าวว่า MacBook ได้คะแนนประสิทธิภาพใน Windows สูงมาก แต่ใครจะคิดว่า MacBook จะสามารถเอาชนะโน้ตบุ๊กวินโดวส์ดั่งเดิมอย่าง ThinkPad, Dell หรือ Acer ในการประเมินประสิทธิภาพโดยรวมไปได้ด้วย

ข้อมูลนี้ได้มาจาก Soluto ผู้ผลิตซอฟต์แวร์บริหารจัดการคอมพิวเตอร์ที่ Helpdesk สามารถตรวจดูรายละเอียดการใช้งานเครื่อง โปรแกรมที่ลง รวมถึงรีโมทไปแก้ไขปัญหาในคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้ทันที ซึ่ง Soluto จะมีการเก็บข้อมูลสเปกเครื่องต่างๆ รวมถึงปัญหาที่ผู้ใช้วินโดวส์พบเจออย่างเครื่องค้าง โปรแกรมพัง หรือ BSOD เพื่อเก็บเป็นข้อมูลให้ฝ่ายเทคนิคดู และ Soluto ก็เอาข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ว่าโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดสำหรับวินโดวส์คือรุ่นอะไร

การเก็บข้อมูลของ Soluto ในครั้งนี้ บริษัทคัดข้อมูลจากโน้ตบุ๊ก 150,000 ตัว จากคอมพิวเตอร์เป็นล้านตัวในระบบของ Soluto โดยเลือกเครื่องที่เพิ่งซื้อมาไม่เกิน 1 ปี และเลือกรุ่นที่ยังมีขายอยู่ในท้องตลาด ซึ่งเก็บข้อมูลในระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 1 เมษายน 2013 ข้อมูลอย่างเครื่องค้าง ขึ้นจอฟ้า ความเร็วในการบูต จำนวนโปรเซสของเครื่อง ฯลฯ จะถูกเอามาวิเคราะห์ในครั้งนี้

ผลสรุปออกมาว่า MacBook Pro 13 รุ่น Mid-2012 ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งในการทดสอบครั้งนี้ ซึ่ง Soluto ให้เหตุผลว่าวินโดวส์ที่ลงใน MacBook นั้นเป็นวินโดวส์แท้ๆ เพียวๆ ไม่มีโปรแกรมขยะหรือ Bloatware จากผู้ผลิตมาให้รกเครื่อง บูตช้า แล้วก็ไม่เสถียร นอกจากนี้อุปกรณ์ในเครื่อง MacBook ยังสร้างมาอย่างดี Trackpad ก็ดีกว่าโน้ตบุ๊ก PC มาก ถึง MacBook จะติดตั้ง Windows ยากกว่า คีย์บอร์ดก็ไม่เหมาะสำหรับการใช้วินโดวส์เท่าไหร่ ราคาแพงเกือบที่สุดในการทดสอบนี้ แต่ MacBook Pro ก็ใช้งานได้เสถียรที่สุด ซึ่งข้อมูลที่ Soluto เก็บได้ MacBook Pro รุ่นนี้เฉลี่ยโปรแกรมค้าง 0.88 ครั้งต่ออาทิตย์ เครื่องค้าง 1.06 ครั้งต่ออาทิตย์ ขึ้น BSOD แค่ 0.01 ครั้ง/อาทิตย์ เฉลี่ยมีโปรเซสเบื้องหลัง 60 ตัว แล้วใช้เวลาบูตเฉลี่ย 151 วินาที

เมื่อเทียบกับอันดับสุดท้ายในตารางคือ Lenovo Thinkpad X1 Carbon ที่มีราคาพอๆ กับ MacBook Pro เจ้า ThinkPad โปรแกรมค้างถึง 1.69 ครั้ง/อาทิตย์ เครื่องค้าง 1.38 ครั้ง/อาทิตย์ ขึ้น BSOD 0.09 ครั้ง/อาทิตย์ มีโปรแกรมโหลดในเครื่องถึง 85 โปรเซส แต่ใช้เวลาบูตเร็วกว่า MacBook คือ 103 วินาที (เป็น SSD เลยเร็วกว่า)

ส่วนอันดับอื่นๆ ในตารางนี้คือ

ก็สามารถเข้าไปดูข้อมูลการทดสอบโดยละเอียดได้ที่เว็บของ Soluto ครับ

Posted 3 weeks ago

กับดักความฉลาด หลุมพรางของคนเก่ง

ข้อควรระวังของคนเก่งคือต้องหันกลับมารีวิวตัวเองเสมอๆ ว่าสิ่งที่รู้ยังใหม่ ยังถูกต้อง ถ้าหยุดหาความรู้ใหม่ หยุดรีวิวตัวเอง ก็ตกกับดักได้ง่ายๆ

Posted 3 weeks ago

7-11 กับยุทธศาสตร์หมากล้อมเมือง

เรื่องนี้จะวัดกฏหมายป้องกันการผูกขาดได้ชัดเจนที่สุด ทำไม CP ถึงคุมได้ตั้งแต่ก่อนการผลิต

  • คุมชนิดเมล็ด คุมอาหารสัตว์
  • คุมการผลิตพืชผักผลไม้สัตว์
  • คุมการแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปต่างๆ
  • คุมการขายปลีกทั่วประเทศ
  • กำลังจะคุมขายส่งที่เป็นฐานของโชห่วย

ยังไม่รวมธุรกิจอื่นๆ ในเครืออย่างทรูอีก ถ้าซีพีจะขึ้นราคาอาหารก็คงทำไม่ยาก เพราะควบคุมกลไกทั้งประเทศ คู่แข่งก็ยังต้องใช้สินค้าหรือบริการจากซีพีบ้างเลย ถ้าวันหนึ่งซีพีจะเป็นปีศาจ เสียงบ่นในเฟซบุ๊ก ทำอะไรเจ้าสัวไม่ได้หรอก

Posted 3 weeks ago

ญี่ปุ่นแหวกแนว ขอส่งข้อมูลผ่านแสง

ในงาน Wireless Technology Park 2012 ที่ญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสื่อสารไร้สายมากมายมาจัดแสดง แต่มีเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่คิดว่าแปลกและน่าสนใจเลยเอามาให้ดูกัน

ปกติการส่งข้อมูลไร้สายของมนุษย์จะใช้คลื่นวิทยุหรืออินฟราเรดเป็นหลัก แต่เราจะไม่ค่อยเห็นใครใช้แสงที่มองเห็นเพื่อส่งข้อมูลกัน แต่สำหรับ Commulight ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของบริษัท Outstanding Technology จะใช้หลอด LED เปล่งแสงที่มนุษย์มองเห็นได้มาพร้อมกับข้อมูล โดยผู้ใช้ก็ยังเห็นเป็นแสงปกติ ไม่ได้รู้สึกว่ากระพริบหรืออะไร แต่ตัวเครื่องรับจะสามารถรับข้อมูลจากแสงได้ ซึ่งตัวเครื่องรับสัญญาณของ Commulight นั้นสามารถเป็นโทรศัพท์มือถือได้ด้วย โดยเสียบเซ็นเซอร์แสงพิเศษเข้าทางช่องหูฟังของเครื่องแล้วเปิดแอพก็ใช้ได้แล้ว หรือมีอีกแบบที่เสียบกับช่อง USB เอาไว้ใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ

ประโยชน์ของ Commulight คือการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ เช่นเราสามารถใช้ Commulight กับหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ข้อมูลเฉพาะกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผ่านไฟที่ส่องภาพวาด หรือโบราณวัตถุได้ ซึ่งถ้าเป็นระบบแบบเดิมที่ใช้คลื่นวิทยุ ผู้ชมจะต้องกดหมายเลขของสิ่งที่กำลังชมเพื่อดูข้อมูล นอกจากนี้ใช้ยังระบุตำแหน่งในอาคารได้ด้วยโดยแม่นยำสูงกว่า GPS หรือ A-GPS ด้วย นอกจากนี้ Commulight ยังสามารถใช้ในสถานที่ที่มีปัญหากับคลื่นวิทยุได้ด้วย เช่นภายในถ้ำแคบๆ หรือในโรงงาน ที่แค่แสงส่องถึงก็สื่อสารได้ แล้วยังใช้ใต้น้ำได้อีก

Commulight ยังสามารถพัฒนาให้มีเครื่องรับส่งในตัวเดียวกัน เพื่อใช้สื่อสารกันแบบ 2 ทางได้ด้วย เช่นการคุยแบบ Walkie Talkie ด้วย จริงๆ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว Casio ออกแอพ PicapiCamera สำหรับสื่อสารด้วยแสงเหมือนกัน แต่ใช้การกระพริบของสีเพื่อสื่อสารซึ่งมันออกจะรบกวนสายตาพอสมควร และส่งข้อมูลได้น้อยกว่า Commulight

ที่มา: Diginfo

Posted 3 weeks ago

วิเคราะห์ ทำไม Mac Pro รุ่นใหม่ถึงมาช้าเหลือเกิน

Mac Pro คอมพิวเตอร์รุ่นสูงสุดของแอปเปิ้ลที่เป็นเหมือนตำนานของมืออาชีพ ทั้งด้วยราคาสุดโหดร่วมแสน ขนาดเครื่องที่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่แล้วทำไมคอมพิวเตอร์ที่เป็นตัวแทนของมือโปรกลับถูกทิ้ง ไร้การอัพเดทมานานหลายปี

Read More

Posted 4 weeks ago

ทำไม EA ต้องปิดเกมบนเฟซบุ๊กทั้งที่ยังเหลือคนเล่นเป็นล้าน

ใครที่ใช้เฟซบุ๊กมานานน่าจะพอจำ playfish บริษัทพัฒนาเกมออนไลน์ที่มีเกมชื่อดังอย่าง Restaurant City หรือ Pet Society กันได้ ซึ่งหลังจากถูก EA ซื้อกิจการไปเมื่อปี 2009 ด้วยมูลค่า 400 ล้านเหรียญจนทำให้ playfish กลายเป็นบริษัทลูกของ EA ไป ตอนนี้ EA ประกาศปิดเกมออนไลน์บน facebook หลายเกม ซึ่งทำให้จะไม่มีเกมของ playfish อยู่ในตลาดอีกต่อไป

เกมที่ EA/playfish ประกาศปิดตัวคือ Madden NFL Superstars และ NHL Superstars ที่จะปิดให้บริการวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ และเกมเด่นอีก 3 เกมที่คนไทยรู้จักดีอย่าง Pet Society, The Sims Social และ SimCity Social ก็จะปิดให้บริการวันที่ 14 มิถุนายน 

ซึ่งเกมอย่าง SimCity Social นั้นเปิดให้บริการมาเพียงปีเดียว ส่วน The Sims Social ก็เปิดมา 2 ปี และ Pet society เกมเก่าแก่ปี 2008 ที่เคยมีรายได้วันละ 90 ล้านเหรียญจากการขายของในเกมก็ปิดไปด้วย ลาก่อนเกมจาก playfish

สาเหตุที่ EA ต้องปิดให้บริการเกมบน facebook มากขนาดนี้เพราะจำนวนผู้เล่นน้อยลงมากๆ  อย่าง The Sims Social เคยมีผู้เล่นสูงถึงเดือนละ 65 ล้านบัญชี เมื่อตอนเปิดตัวในปี 2011 แต่ปัจจุบันเหลือผู้เล่นต่อเดือนเพียง 5 ล้านบัญชีเท่านั้น ในขณะที่ SimCity Social ก็เคยมีผู้เล่น 10 ล้านบัญชีต่อเดือน แต่เพียงปีเดียวหลังเปิดตัวผู้เล่นก็เหลือเพียง 1 ล้านบัญชีต่อเดือน ธุรกิจเกมออนไลน์บนเฟซบุ๊กนั้นต้องใช้ฐานลูกค้าที่ใหญ่มากๆ ถึงจะทำกำไรได้ ซึ่งเคยมีการสำรวจมาว่าผู้ใช้ราว 1-3% เท่านั้นที่ยอมเสียเงินซื้อของในเกม ที่เหลือ 97% เป็นคนเล่นฟรีทั้งหมด ถึงแม้ว่าเกมต่างๆ จะยังเหลือผู้เล่นเป็นล้าน แต่ก็จำนวนผู้เล่นที่จ่ายเงินก็ไม่เพียงพอสำหรับการให้บริการต่อ

และแนวโน้มของ Social game บนเฟซบุ๊กก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ ทั้งผลกระทบของสแปมจากเกมต่างๆ ที่ทำให้ผู้ใช้เกลียดเกมตั้งแต่ยังไม่ได้เล่น และจำนวนผู้เล่นเกมที่เคยมีผลสำรวจว่า 85% ของผู้เล่นเปิดเกมแค่ครั้งเดียว แล้วไม่กลับมาเล่นอีกเลย

ถึงแม้ว่าเกมออนไลน์อื่นๆ ของ Popcap ที่ EA เข้าซื้อมาจะยังไม่ได้รับผลกระทบ Bejeweled Blitz, Solitaire Blitz และ Zuma Blitz ก็ยังมีผู้เล่นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องมองตลาดนี้ให้ดีๆ แล้วว่ามันยังน่าลงทุนขนาดไหน ในเมื่อมือถือเล่นเกม facebook ไม่ได้ และคนเล่นเกมในมือถือมากขึ้นแล้วอนาคตของ Playfish จะเป็นยังไงต่อ จะถูกปิดสตูดิโอเหมือนที่ EA เคยทำหรือไม่ ในเมื่อจะไม่มีเกมให้บริการแล้ว

ที่มา: Ars Technica

Posted 1 month ago

ประเทศไทย ประเทศที่แรงโน้มถ่วงมากที่สุดในโลก

gravity~

“ประเทศไทยเหมือนเป็นเขตพิเศษ ที่มีแรงโน้มถ่วงสูงที่สุดในโลก”

ประโยคนี้เป็นคำกล่าวจากใจของชายที่คลุกคลีในวงการเทคโนโลยีสร้างสรรค์หรือ Tech Startup ในไทยอย่างคุณกระทิง-พูนผล ที่กล่าวถึงปัญหาหนึ่งของสภาพแวดล้อมการทำงานในไทยว่าขยับตัวได้ลำบากเหลือเกิน เหมือนมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลกว่าประเทศอื่นๆ

หนึ่งในนิสัยที่ติดตัวคนไทยส่วนใหญ่มาตลอดคือ ไม่ชอบให้ใครคิดต่าง ไม่ชอบให้ใครเด่น ซึ่งติดแน่นมานานจนคงต้องช่วยกันขบคิดว่าทำไมคนไทยถึงมีนิสัยเหล่านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งที่หล่อหลอมคนไทยปัจจุบันให้กลายเป็นแบบนี้คือระบบการศึกษาของไทย

หากมองย้อนกลับไปสมัยที่เรียนหนังสือ เราคงมีภาพจำคล้ายๆ กันว่าทุกครั้งที่อาจารย์ถามว่าใครมีปัญหาหรือสงสัยอะไรในสิ่งที่เรียนไหม นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะพร้อมใจกันนิ่งเงียบราวกับเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง แต่เราทุกคนรู้ตัวอยู่ในใจว่าถ้าสงสัย ไม่เข้าใจอย่างไร เราก็จะไม่ถามอาจารย์ในห้องเรียน อาจเพราะกลัวเพื่อนไม่พอใจที่ทำตัวเด่น เพื่อนโกรธที่ทำให้เลิกเรียนช้า แล้วทำไมเราถึงไม่ชอบเรียนขนาดไหน คำตอบที่ได้จากแต่ละคนคงหลากหลาย แต่ที่แน่ๆ คือเรามักจะรู้สึกไม่สนุกกับการเรียน

ถ้าความสนุกของเด็กๆ คือจินตนาการ คือการได้เล่น ได้สงสัยว่าทำไมกับสิ่งต่างๆ รอบตัว การศึกษาไทยคือการดึงจินตนาการของเด็กออกไป ตัดคำตอบที่น่าจะถูกต้องออกทั้งหมดจนเลือกคำตอบเดียวที่ถูกต้องที่สุด คำถาม “ถ้ามีเงิน 30 บาท ซื้อของราคา 14 บาทจะได้เงินทอนเท่าไหร่” จึงได้คำตอบ “16 บาท” เสมอ ถึงเด็กบางคนจะบอกว่าต้องได้ทอน 6 บาท เพราะคิดในใจว่ามันสามารถซื้อด้วยแบงค์ 20 ได้ แต่นั้นก็คือคำตอบที่ผิดของข้อสอบไทย และความเชื่อผิดๆ อย่าง “แผนที่ลิ้น” จึงโลดแล่นอยู่ในตำราไทยมานานนับทศวรรษ แม้มีงานวิจัยออกมาแก้เมื่อเกือบ 40 ปีก่อนว่าแผนที่ลิ้นไม่มีจริง เพราะเราถูกสอนไม่ให้เถียงผู้ใหญ่ จนไม่อาจก้าวข้ามไปตั้งคำถามทดสอบว่าแล้วจริงๆ แผนที่ลิ้นมันมีจริงหรือไหม่ ความสนุกอันแสนน่าเบื่อของเด็กไทยจึงมักจบที่การท่องจำนั้นเอง

เมื่อความคิดของคนไทยถูกหล่อหลอมให้เชื่ออย่างเดียว ห้ามถาม ห้ามเถียง ถ้าใครสักคนลุกขึ้นมาทำธุรกิจใหม่ ออกแอพ หรือสร้างบริการใหม่ๆ จึงหนีไม่พ้นคำถามแนวบั่นทอนกำลังใจ “มันจะเวิร์คเหรอ” “ทำไปทำไม มีประโยชน์อะไรถึงทำ” และเมื่อผิดพลาดจนธุรกิจที่สร้างขึ้นมาล้มลง ขอต้อนรับสู่เขตพื้นที่แรงดึงดูดสูงพิเศษของโลก ที่ดึงดูดให้ใจล้ม และแรงใจมอดดับเกินกว่าที่จะอยากสร้างผลงานสร้างสรรค์อีกครั้ง

ธรรมชาติที่ควรรู้ของธุรกิจเทคโนโลยีเกิดใหม่หรือ Tech StartUp ส่วนใหญ่จะล้มเหลว มีธุรกิจราว 10% เท่านั้นที่จะประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ แต่ Tech StartUp ก็ยังมาแรงเสมอใน Silicon Valley ของอเมริกา มีกลุ่มทุนต่างๆ ที่พร้อมจะให้เงินทุนธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความเป็นไปได้ทางการตลาด มีแผนธุรกิจชัดเจนเสมอ เพราะรากฐานแนวคิดที่ว่าความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องผิด พร้อมจะให้โอกาสนำจุดอ่อนที่เคยล้มเหลวมาปรับปรุงแก้ตัว ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดทั่วไปในสังคมไทย จึงทำให้วิธีคิดแบบไทยๆ สู้คนอื่นไม่ได้ เพราะวนเวียนอยู่ในเรื่องที่คิดว่าจะไม่ผิดพลาด จนขาดความคิดสร้างสรรค์ ขาดความกระตือรือร้นในสิ่งใหม่

เราคงไม่อาจเล่าเรื่องนี้ไปจนถึงตอนจบได้ เพราะเรากำลังอยู่ระหว่างทางที่มีกลุ่มคนและหน่วยงานต่างๆ มาช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีในการสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น อย่างการแข่งขันนำเสนอโครงการในงาน Thailand Sattellite 2013 เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาที่ STAMP แอพบัตรสะสมแต้มของไทยได้ผ่านเข้ารอบเพื่อนำเสนอผลงานต่อที่สิงคโปร์หรือโครงการ DTAC accelerate ที่ส่งเสริมให้ธุรกิจเกิดใหม่ของไทยได้ออกผลิตภัณฑ์จริงๆ มาให้ใช้ ซึ่งอนาคตเราก็ยังมีความหวังว่าสังคมไทยจะยอมรับความแตกต่าง และสิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่านี้

สุดท้ายนี้เราคงไม่อาจแนะนำอะไรที่มากไปกว่าเดินออกไปเจอคนเจ๋งๆ คนที่มีแรงใจเต็มเปี่ยมในการก้าวเดิน เพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อโลกของเราบ้าง แล้วแรงโน้มถ่วงจะมีผลกับเราน้อยลงเอง

Posted 7 months ago
เผื่อหลายคนไม่รู้นะคะ สิ่งที่เข้าข่ายเกย์ นอกจากวัตถุสีม่วงแล้วยังมี :: ของ ที่ระยิบระยับ หรือมีเลื่อม เสื้อเชิ้ตผ้าไหม เสื้อที่เป็นผ้าซีทรู ผ้าตาข่าย เสื้อที่รัดติ้วจนเกินไปทุกประเภท ผ้าลูกไม้ ผ้าพลิ้วๆ ผ้ามัดย้อม ผ้าแนวผ้าดิบ(สำหรับบางคน) เสื้อสีแปร๋นๆ หนังแก้ว เฟอร์ ลายหนังสัตว์ทุกชนิด ลายโบฮีเมียน เสื้อที่คอลึกเกินไป